คุณประโยชน์จากการดื่มน้ำ, ตู้กดน้ำดื่ม, เครื่องกรองน้ำ

คุณประโยชน์จากการดื่มน้ำ

5 คุณประโยชน์จากการดื่มน้ำ

“ดื่มน้ำสิดี มีประโยชน์” เป็นสิ่งที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว แต่อาจจะรู้มากรู้น้อยต่างกันไป ความจริงแล้ว “น้ำ” เป็นเครื่องดื่มง่าย ๆที่ให้ประโยชน์สารพัด ตั้งแต่เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น เป็นยาแก้สารพัดโรค ไปจนถึงเป็นเครื่องดื่มที่ใช้ดื่มในยามที่ ไม่รู้จะดื่มอะไรดี

คุณประโยชน์ของน้ำนี่อาจต้องใช้เวลาทั้งวันสาธยาย ก็อาจจะยังพูดไม่จบ เพราะน้ำเป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณที่คาดไม่หมดแต่ก็สามารถแบ่งได้เป็น 5 คุณประโยชน์หลัก ที่พอจะบอกกล่าวได้ว่าน้ำนั้นมีดีอะไรบ้าง

1. น้ำ…ยาดีที่อยู่ใกล้ตัว บางคนอาจจะไม่อยากจะเชื่อเลยว่า น้ำช่วยรักษาโรคได้ แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ทำให้หายเจ็บปวดในทันที แต่อาการเจ็บป่วยบางอย่างสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการดื่มน้ำนะ ไม่ว่าจะเป็น ปวดศีรษะ ปัญหาระบบย่อยอาหาร ความดันโลหิตต่ำ ไมเกรนและที่แน่ ๆ น้ำช่วยรักษาปัญหาผิวหนังได้อย่างแน่นอน เพราะน้ำจะไปช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกน้ำ รักษาโรคแล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก แต่อาการต่าง ๆ เหล่านี้จะบรรเทาเบาบางไปได้ ก็ต้องดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ลิตรนะ

2. น้ำลดปวดศีรษะ น้ำนอกจากจะช่วยลดความร้อนในร่างกาย และเพิ่มความสดชื่นแล้ว น้ำยังมีประโยชน์ต่อคนที่ปวดศีรษะเป็นประจำ หรือคนที่เป็นโรคไมเกรนได้ดีอีกด้วย หากได้ดื่มน้ำเป็นประจำ ก็จะช่วยให้อาการปวดไมเกรนลดลงได้บ้าง เพราะผลการวิจัยบอกว่าในรายที่ ป่วยเป็นโรคไมเกรน หากร่างกายขาดน้ำก็จะยิ่งปวดไมเกรนมากขึ้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อช่วยลดอาการดังกล่าว

3. สมาธิเกิดได้ด้วยน้ำ เชื่อหรือไม่ว่า น้ำซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในร่างกายของคนเราจะช่วยเพิ่มความสดชื่นกับร่าง กายแล้ว น้ำยังช่วยทำให้จิตใจของเราผ่อนคลาย ลดความเครียด และเกิดสมาธิ
นอกจากจะเกิดประโยชน์กับคนในวัยทำงานเท่านั้น แต่คนที่อยู่ในวัยเรียน ก็จำเป็นต้องมีสมาธิ จึงไม่ควรพลาดที่จะดื่มน้ำ เพื่อปรับสมดุลให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ

4.น้ำช่วยย่อยอาหาร หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าการดื่มน้ำหนึ่งแก้วในตอนเช้าจะช่วยให้ระบบการ ย่อยอาหารของเราทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น น้ำยังช่วยให้รู้สึกสบายกระเพาะด้วย เพราะน้ำจะ
ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารของเราทำหน้าที่ได้ดี อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดโรคกรดไหลย้อนกลับ ที่หลาย ๆ คนมักจะเป็น หรือกลัวที่จะเป็น น้ำจะช่วยป้องกันไม่ได้เกิดอาการเหล่านั้นได้

5. ผิวใสสุขภาพดี ทุกคนต่างก็รู้ถึงคุณประโยชน์ของน้ำในแง่ที่ช่วยให้ผิวพรรณดีกันอยู่แล้ว และยังเชื่อกันว่า หากผิวที่สดใสของเราได้รับน้ำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องและเพียงพอก็จะช่วยให้ สดใสยิ่งขึ้น น้ำยังจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี หน้าตาสดใสบ่งบอกถึงความเป็นคนที่มีสุขภาพดี น้ำนั้นมีคุณประโยชน์ต่อผิวหนังของเรา เพราะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนัง และยังช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วย

เห็นคุณประโยชน์ที่มีมากมายหลายหลากของน้ำขนาดนี้ ก็ไม่ควรพลาดที่จะดื่มน้ำเพื่อเสริมสร้างความสดชื่นให้กับสุขภาพที่ดีของคุณ และควรเลือกดื่มน้ำที่สะอาด ปลอดภัยไร้สารตกค้าง โดยควรเลือกใช้ตู้กดน้ำดื่มและเครื่องกรองน้ำที่มีมาตรญานและปลอดภัยเท่านั้น

ที่มา : http://blog.th.88db.com/?p=1541

น้ำดื่มระบบ Reverse Osmosis(RO) เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

การกรองน้ำดื่มระบบ Reverse Osmosis(RO) เป็นระบบกรองน้ำซึ่งจะทำให้น้ำที่ได้มา ค่อนข้างมีความบริสุทธิ์สูง จนแทบจะเรียกว่า ไม่มีสารอะไรตกค้างอยู่เลยนอกจากน้ำเปล่าๆเท่านั้น หรือแทบจะเรียกว่ามีคุณภาพเทียบเท่าน้ำกลั่นทีเดียว ซึ่งคุณภาพนี้ ก็ขึ้นกับว่า แผ่นกรองที่นำมาใช้มีประสิทธิภาพยังไง ถ้าแผ่นกรองที่ใช้มีสภาพดี มีรูพรุนขนาดเล็ก(เชื้อจุลินทรีย์ผ่านไม่ได้) และมีการดูแลอย่างดี ก็จะให้น้ำสะอาดที่สามารถใช้บริโภคได้

ส่วนกระบวนการผลิตน้ำวิธีอื่นๆ เช่น ต้มและกรองแบบปกติ (พวกน้ำขวดที่วางขายทั่วๆไป) จะทำให้หลงเหลือสารบางอย่างที่พบได้ในน้ำทั่วๆไป เช่น Zn Ca Cl ฯลฯ ซึ่งสารที่ตกค้างเหล่านี้ ต้องมีไม่เกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้(ถ้ามากกว่านี้ จะจัดเป็นน้ำแร่) และจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคด้วย เช่น ไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำนั้นๆ น้ำ RO จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารน้อยกว่าน้ำปกติหรือไม่ อย่างที่บอกไปแล้วว่า น้ำแบบปกติ จะมีสารอื่นๆเจือปนอยู่ ซึ่งหลายๆตัวนั้น ก็เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เช่น Zn Ca หรือ Fล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย การกินน้ำ RO ย่อมทำให้ร่างกายได้รับสารเหล่านี้น้อยลงครับ

แต่… ปริมาณสารเหล่านี้ในน้ำนั้น มีน้อยมากครับ (ถึงจะเป็นน้ำแร่ก็ตาม) ร่างกายของเรา ได้รับสารอาหารจากอาหารที่เรากินเข้าไปเป็นหลัก ไม่ได้รับสารอาหารจากน้ำเป็นหลักครับ ดังนั้น ถึงแม้จะกินน้ำ RO ไปนานๆ ก็ไม่มีผลต่อภาวะขาดสารอาหารแต่อย่างใด

ดื่มน้ำ RO แล้วจะทำให้ฟันผุจริงหรือ ? น้ำ RO ค่อนข้างบริสุทธิ์มาก สามารถไปกัดกร่อนบริเวณเคลือบฟันของเราได้ และอาจจะไปละลายผิวเคลือบฟัน ทำให้ฟันไม่แข็งแรงหรือฟันผุได้ง่าย แต่เหตุการณ์นี้ จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อคุณได้สัมผัสกับน้ำนี้ เป็นเวลานานๆ เช่น อมน้ำไว้ในปากทั้งวัน หรือเอาฟันไปจุ่มไว้ในน้ำ RO ตลอดเวลา การกินน้ำแบบปกติ น้ำจะมีเวลาสัมผัสกับฟันน้อยมาก แล้วก็จะไหลลงสู่คอและทางเดินอาหารต่อไป น้ำที่อาจเหลืออยู่ในปาก ก็จะถูกเจือจางด้วยน้ำลายของเรา และส่วนใหญ่ก็จะไหลลงไปสู่ทางเดินอาหารเช่นกัน จึงไม่มีผลที่จะทำให้เกิดฟันผุได้ครับ

สรุปแล้ว การกินน้ำ RO ไม่ทำให้สุขภาพเราย่ำแย่ไปกว่าการกินน้ำปกติแต่อย่างใดครับ (นอกจากว่าแผ่นกรองจะไม่ดี) และการใช้น้ำ ROนี้ ก็มีมานานแล้วด้วย ที่เห็นกันมากๆ คือ การใช้เป็นน้ำกินในการเดินเรือ เขาก็จะใช้น้ำทะเล มาผ่าน RO ทำเป็นน้ำกินได้ตลอดเวลาครับ

ส่วนที่มีคนออกมาสร้างข่าวนี้ ส่วนหนึ่ง ผมเชื่อว่า เป็นการกลั่นแกล้งทางการตลาดด้วย (discredit) เพราะหากเราไปเทียบราคาของน้ำแล้ว น้ำ RO จะมีการขายที่ประมาณลิตรละ 1 บาท (แบบกดตามตู้ทั่วๆไป) ในขณะที่น้ำแบบขวด อาจจะลิตรละ 5-10 บาท ซึ่งมีความแตกต่างกันถึง 5-10 เท่า หากคนหันไปใช้น้ำ RO เยอะมากขึ้น ใครที่เสียผลประโยชน์ คงทนไม่ไหว เนื่องด้วยกลไกตลาดแบบนี้ จึงต้องสร้างเรื่องมาทำลายคู่ต่อสู้ ผู้บริโภค ควรไตร่ตรองในการเชื่อด้วยครับ

ที่มา www.bloggang.com/viewblog.php?id=marquez&date=23-03-2005&group=4&gblog=1

การดื่มน้ำเพื่อรักษาโรค

การดื่มน้ำเพื่อรักษาโรค

การดื่มน้ำเมื่อท้องว่าง การดื่มน้ำ เมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะอาหารเพื่อรักษา สุขภาพ ที่ดีนั้น ทุกวันนี้เป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่น โดยชาวญี่ปุ่นนิยม ดื่มน้ำ ทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า(ก่อนแปรงฟัน) เพื่อการรักษาสุขภาพ ที่ดี

มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์พบว่า น้ำ สามารถใช้ชะลอความแก่ และสามารถ บำบัดรักษาโรค เหล่านี้ได้ผล 100% (แบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ระยะเวลา) เช่น อาการปวดหัว ปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจเต้นเร็ว โรคลมบ้าหมู โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคแสลงคลื่นไส้ต่าง ๆโรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรคริดสีดวงทวาร โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตาโรคภายในสตรี โรคมะเร็ง อาการรอบเดือนไม่ปกติ โรคคอ หู จมูก

วิธีการปฏิบัติ

1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ ดื่มน้ำ 4 แก้ว ( 640 ซีซี )
2. หลังจากนั้นสามารถและล้างหน้าอาบน้ำได้ แต่ต้องไม่ดื่มหรือรับประทานอะไรจนกว่า 45 นาทีผ่านไป จึงจะรับประทานได้ตามปกติ
3. หลังรับประทาน อาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว 15 นาทีไม่ควร ดื่มน้ำ หรือรับประทานอะไร จนกว่า 2 ชั่วโมงผ่านไป
4. ผู้ป่วย หรือคนชรา ที่ไม่สามารถ ดื่มน้ำ 4 แก้ว ก็ให้ค่อย ๆ ดื่มค่อยเป็นค่อยไปเรื่อย ๆ จนได้ครบ 4 แก้ว

ข้อปฏิบัติ 4 ข้อดังกล่าวจะทำให้ท่านบำบัดรักษาโรคที่เป็นอยู่อย่าค่อยเป็นค่อยไป และหายขาดได้ในที่สุดทำให้ คุณภาพชีวิต ดีขึ้น และไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งสิ้นเพียงแต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้น และหลัง ดื่มน้ำ ไปแล้วประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง