ความจำเป็น, เครื่องกรองน้ำในบ้าน, เครื่องกรองน้ำ, เครื่องกรองน้ำ RO, เครื่องกรองน้ำ UF

ความจำเป็นที่ต้องมี เครื่องกรองน้ำในบ้าน

องค์การอนามัยโลก ( WHO) ประมาณว่าบนโลกของเรานี้  ในทุกวันมีคนตายเนื่องจากเกี่ยวพันกับโรคที่ติดเชื้อมากับน้ำถึง 25,000 คน(Water Borne Disease) ต่อวัน  และในบางปีที่มีความแห้งแล้งอาจถึง  50,000 คนต่อวัน

จากสถิติโรคที่เกิดจากการติดเชื้อจากน้ำมีผู้ป่วยเป็นโรคท้องร่วงเนื่องจากน้ำจำนวน 88 รายจากผู้ป่วยทั้งหมด(ทั้งคนไข้นอกและคนไข้ใน) 100 ราย ( เท่ากับ 88 เปอร์เซ็นต์)ร้อยละ 25 ของเตียงในโรงพยาบาล เป็นคนป่วยเนื่องจากโรคที่เกิดจากการติดเชื้อจากน้ำซึ่งทั้งหมดเป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่าทำไมเราจึงต้องระวังอันตรายจากน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์  ทำไมเราถึงต้องเร่งหาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในราคายุติธรรม เพื่อป้องกันตนเองและครอบครัว  ให้ปลอดภัยจากโรคที่มาจากน้ำ

เครื่องกรองน้ำ สำหรับใช้ทำให้ได้น้ำดื่มที่มีคุณภาพ   นับว่ามีความจำเป็นขึ้นทุกวัน  เพราะปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับน้ำดื่ม อาทิ เช่น เชื้อจุลินทรีย์ สารเคมี และโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับน้ำ  รวมทั้งมีความจำเป็นที่จะได้น้ำดื่มในอุดมคติ  คือ มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ มีเกลือแร่ที่จำเป็น และมีโครงสร้างของน้ำขนาดเล็ก

การเลือกเครื่องกรองน้ำ ชนิดใดก็อยู่ที่จุดประสงค์ของการใช้ เพราะต่างก็มีคุณภาพดีคนละอย่าง มีสารต่างๆ กับวิธีการต่างๆ กันที่นำมาใช้กับเครื่องกรองน้ำ  ซึ่งเครื่องกรองน้ำทุกชนิดและทุกบริษัทก็มั่นใจในคุณภาพของตน  เราต้องเป็นผู้ตัดสินใจเลือก  เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว

เครื่องทำให้น้ำสะอาดนี้ คาดว่า ในครอบครัวชั้นกลางขึ้นไปทุกครอบครัวจะต้องมีเครื่องกรองน้ำอย่างน้อย  1 เครื่อง ไว้กรองน้ำดื่มใช้เองในบ้านภายใน 10 ปีข้างหน้านี้

ังนั้นการมีเครื่องกรองน้ำเพื่อทำน้ำดื่มในบ้านจึงเหมาะสม เพราะเรากรองน้ำด้วยตัวเราเอง  จึงมีความเชื่อมั่นและประหยัดในระยะยาว  สะดวกกว่าการซื้อน้ำขวดมาใช้ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว อย่ามัวคิดถึงความประหยัดจนกลายเป็นตระหนี่แต่อย่างเดียว  นักเศรษฐศาสตร์จะต้องเอาวิชาเศรษฐศาสตร์มาใช้กับราคาชีวิตของมนุษย์อย่างระมัดระวัง  มิฉะนั้นเราคงไม่ต้องไปรักษาคนแก่ที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเพราะเสียค่าใช้จ่ายสูง  ถ้าฟื้นมาก็ไม่สามารถสร้างรายได้อะไรให้กับสังคม  ถ้าใช้หลัก Cost  และ Benefit  คือต้นทุนและกำไรจะดูไม่คุ้มแน่  แต่สุขภาพที่ดีของท่านและชีวิตของคนที่ท่านรักไม่สามารถตีราคาเป็นเงิน

เครื่องกรองน้ำ, เครื่องกรองน้ำ 5 ขั้นตอน, เครื่องกรองน้ำ Big Blue, เครื่องกรองน้ำ RO, เครื่องกรองน้ำ UF, เครื่องกรองน้ำ UV, เครื่องกรองน้ำคาร์บอน.

ชนิดของเครื่องกรองน้ำ

แยกตามขนาด
เครื่
องกรองน้ำขนาดเล็ก

เหมาะสำหรับการกรองน้ำไว้สำหรับดื่มและใช้ในครอบครัว ซึ่งเครื่องกรองเล็กนั้น มีขั้นตอนการกรอง 3 ขั้นตอน โดยหลักๆ ก็จะมีการกรองผ่าน คาร์บอน เรซิ่น และเซรามิคส์ ซึ่งถ้าคุณต้องการเพิ่มขั้นตอนการกรองระบบ UV เพื่อให้น้ำที่กรองมาแล้วปราศจากเชื้อโรคก็สามารถทำได้

เครื่องกรองน้ำขนาดใหญ่ 
เครื่องกรองน้ำใหญ่ส่วนมากแล้วผู้คนส่วนใหญ่นิยมใช้กรองน้ำใช้กันมากว่า เนื่องจากร้านค้า โรงงาน ศูนย์อาหาร ภัตตาคารต่างๆ อาจมีความต้องการใช้น้ำสะอาดเป็นจำนวนมาก เหมาะสำหรับใช้กับน้ำประปาหรือน้ำบาดาล โดยเลือกใช้เครื่องกรองขนาดใหญ่จะเกิดความคุ้มค่าที่สุด ซึ่งขั้นตอนการกรองของเครื่องกรองน้ำขนาดใหญ่ก็เหมือนกับเครื่องกรองน้ำขนาดเล็กทั่วไป เพียงแต่ใช้ปริมาณและขนาดที่ใหญ่มากขึ้น เช่นอาจจะใช้กระบอกกรองขนาด Big Blue 10 นิ้ว หรือ 20 นิ้ว

แยกตามระบบการกรอง
เครื่องกรองน้ำ RO 
การทำงานของระบบการกรองน้ำ Reverse Osmosis เป็นการกรองอย่างละเอียดถึง 5 ขั้นตอนซึ่งประกอบด้วย Sediment Filter – Carbon Filter – Resin Filter – Membrane Filter – Post Carbon Filter ที่ให้คุณภาพน้ำสะอาดบริสุทธิ์ ด้วยความละเอียดของไส้เมมเบรน RO ถึง 0.0001 ไมครอน โดยมักจะติดตั้งใต้ซิ้งค์หรือติดตั้งภายในตู้กดน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำ RO นั้นมีข้อดีคือได้น้ำที่สะอาด ไร้สารตกค้าง กำจัดเชื่อโรคและแบคทีเรียได้ถึง 99.99% แต่ก็มีข้อเสียในด้าน กรองน้ำได้ช้า (กว่าเครื่องกรองน้ำแบบอื่นๆ) มีขนาดใหญ่เนื่องจากต้องมีถังพักน้ำ และ เกิดการสูยเสียน้ำในอัตราส่วนโดยประมาณ น้ำดี 50% และ น้ำทิ้ง 50%

เครื่องกรองน้ำ UV 
เครื่องกรองน้ำยูวีเป็นการกรองสำหรับการฆ่าเชื้อโรคโดยให้น้ำไหลผ่านแสงอัลตร้าไวโอเล็ต หรือแสง UV จากหลอดยูวี เพื่อฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียให้ตายลง ซึ่งการกรองแบบยูวีนั้น มีข้อดีคือกรองน้ำได้อย่างรวดเร็ว (กว่าระบบ RO, UF) แต่ก็ยังสามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆในน้ำได้เป็นอย่างดี

เครื่องกรองน้ำ UF (Ultra Filtration)
เครื่องกรองน้ำ UF นั้นมีไส้กรองละเอียดด้วยไส้กรอง Hollow Fiber membrane หรือเรียกสั้นๆว่า UF (Ultra Filtration) มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษที่สามารถกรองสารปนเปื้อนได้ละเอียดถึง 0.01 ไมครอน ทำให้ได้น้ำดื่มที่ สะอาดปราศจากเชื้อโรคและสิ่งสกปรก แต่ยังคงไว้ซึ่งแร่ธาตุต่างๆในน้ำไว้

เมื่อเลือกใช้เครื่องกรองน้ำได้ตรงกับความต้องการ และบำรุงรักษาได้ถูกต้องตามคู่มือของเครื่องกรองน้ำแล้ว คุณก็จะสามารถนำน้ำที่ผ่านจากกระบวนการกรองนั้น ไปบริโภคได้ทันทีอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่านกรรมวิธีอื่นอีกต่อไป

Chart การกรองสิ่งเจือปนของเครื่องกรองน้ำ, ความละเอียดของการกรองน้ำ, กรอง UF, กรอง RO, กรอง nano

Chart การกรองสิ่งเจือปนชนิดต่างๆของเครื่องกรองน้ำ

สิ่งเจือปนที่มากับน้ำนั้นมีมาหลายชนิดหลายขนาด การเลือกเครื่องกรองน้ำและตู้กดน้ำดื่มแต่ละชนิดจึงควรเลือกจากจุดประสงค์และความเหมาะสมในการใช้เทียบกับ ความละเอียดสูงสุดของเครื่องกรอง เช่น เครื่องกรอง RO และ UV นั้นต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน เมื่อเลือกเครื่องกรอง RO หรือ UV นั้นต้องมั่นใจว่าบริเวณนั้นมีปลั้กไฟฟ้าต่อถึง หรือ ต้องการผลิตน้ำดื่มให้กับผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ ก็อาจจะเลือกเครื่องกรอง RO ซึ่งสามารถกรองได้ละเอียดที่สุด ส่วนเครื่องกรองน้ำแบบ UF หรือ Nano นั้นไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงานแต่ก็สามารถกรองเชื้อโรคและแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี ปลอดภัยแก่การดื่มกิน อีกทั้งมักจะมีขนาดที่เล็กลง สะดวกในการติดตั้งและใช้งานในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยมีทั้งแบบติดตั้งใต้ซิงค์, ต่อปลายก๊อกน้ำซิงค์, ติดตั้งอยู่ภายในตู้กดน้ำดื่ม

คุณประโยชน์จากการดื่มน้ำ, ตู้กดน้ำดื่ม, เครื่องกรองน้ำ

คุณประโยชน์จากการดื่มน้ำ

5 คุณประโยชน์จากการดื่มน้ำ

“ดื่มน้ำสิดี มีประโยชน์” เป็นสิ่งที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว แต่อาจจะรู้มากรู้น้อยต่างกันไป ความจริงแล้ว “น้ำ” เป็นเครื่องดื่มง่าย ๆที่ให้ประโยชน์สารพัด ตั้งแต่เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น เป็นยาแก้สารพัดโรค ไปจนถึงเป็นเครื่องดื่มที่ใช้ดื่มในยามที่ ไม่รู้จะดื่มอะไรดี

คุณประโยชน์ของน้ำนี่อาจต้องใช้เวลาทั้งวันสาธยาย ก็อาจจะยังพูดไม่จบ เพราะน้ำเป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณที่คาดไม่หมดแต่ก็สามารถแบ่งได้เป็น 5 คุณประโยชน์หลัก ที่พอจะบอกกล่าวได้ว่าน้ำนั้นมีดีอะไรบ้าง

1. น้ำ…ยาดีที่อยู่ใกล้ตัว บางคนอาจจะไม่อยากจะเชื่อเลยว่า น้ำช่วยรักษาโรคได้ แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ทำให้หายเจ็บปวดในทันที แต่อาการเจ็บป่วยบางอย่างสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการดื่มน้ำนะ ไม่ว่าจะเป็น ปวดศีรษะ ปัญหาระบบย่อยอาหาร ความดันโลหิตต่ำ ไมเกรนและที่แน่ ๆ น้ำช่วยรักษาปัญหาผิวหนังได้อย่างแน่นอน เพราะน้ำจะไปช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกน้ำ รักษาโรคแล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก แต่อาการต่าง ๆ เหล่านี้จะบรรเทาเบาบางไปได้ ก็ต้องดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ลิตรนะ

2. น้ำลดปวดศีรษะ น้ำนอกจากจะช่วยลดความร้อนในร่างกาย และเพิ่มความสดชื่นแล้ว น้ำยังมีประโยชน์ต่อคนที่ปวดศีรษะเป็นประจำ หรือคนที่เป็นโรคไมเกรนได้ดีอีกด้วย หากได้ดื่มน้ำเป็นประจำ ก็จะช่วยให้อาการปวดไมเกรนลดลงได้บ้าง เพราะผลการวิจัยบอกว่าในรายที่ ป่วยเป็นโรคไมเกรน หากร่างกายขาดน้ำก็จะยิ่งปวดไมเกรนมากขึ้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อช่วยลดอาการดังกล่าว

3. สมาธิเกิดได้ด้วยน้ำ เชื่อหรือไม่ว่า น้ำซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในร่างกายของคนเราจะช่วยเพิ่มความสดชื่นกับร่าง กายแล้ว น้ำยังช่วยทำให้จิตใจของเราผ่อนคลาย ลดความเครียด และเกิดสมาธิ
นอกจากจะเกิดประโยชน์กับคนในวัยทำงานเท่านั้น แต่คนที่อยู่ในวัยเรียน ก็จำเป็นต้องมีสมาธิ จึงไม่ควรพลาดที่จะดื่มน้ำ เพื่อปรับสมดุลให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ

4.น้ำช่วยย่อยอาหาร หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าการดื่มน้ำหนึ่งแก้วในตอนเช้าจะช่วยให้ระบบการ ย่อยอาหารของเราทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น น้ำยังช่วยให้รู้สึกสบายกระเพาะด้วย เพราะน้ำจะ
ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารของเราทำหน้าที่ได้ดี อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดโรคกรดไหลย้อนกลับ ที่หลาย ๆ คนมักจะเป็น หรือกลัวที่จะเป็น น้ำจะช่วยป้องกันไม่ได้เกิดอาการเหล่านั้นได้

5. ผิวใสสุขภาพดี ทุกคนต่างก็รู้ถึงคุณประโยชน์ของน้ำในแง่ที่ช่วยให้ผิวพรรณดีกันอยู่แล้ว และยังเชื่อกันว่า หากผิวที่สดใสของเราได้รับน้ำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องและเพียงพอก็จะช่วยให้ สดใสยิ่งขึ้น น้ำยังจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี หน้าตาสดใสบ่งบอกถึงความเป็นคนที่มีสุขภาพดี น้ำนั้นมีคุณประโยชน์ต่อผิวหนังของเรา เพราะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนัง และยังช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วย

เห็นคุณประโยชน์ที่มีมากมายหลายหลากของน้ำขนาดนี้ ก็ไม่ควรพลาดที่จะดื่มน้ำเพื่อเสริมสร้างความสดชื่นให้กับสุขภาพที่ดีของคุณ และควรเลือกดื่มน้ำที่สะอาด ปลอดภัยไร้สารตกค้าง โดยควรเลือกใช้ตู้กดน้ำดื่มและเครื่องกรองน้ำที่มีมาตรญานและปลอดภัยเท่านั้น

ที่มา : http://blog.th.88db.com/?p=1541

น้ำด่าง - น้ำอัลคาไลน์ - Alkaline Water

น้ำด่าง หรือ น้ำอัลคาไลน์ (Alkaline Water) คืออะไร

น้ำที่มีคุณสมบัติความเป็นด่าง หรือที่เรียกว่า น้ำอัลคาไลน์ (Alkaline Water) เป็นน้ำที่มีค่า pH ค่อนไปทางด่างอ่อนๆ หรือน้ำที่มีค่า pH มากกว่า 7 ซึ่งมักพบว่าเป็นคุณสมบัติของน้ำแร่ที่พบตามแหล่งธรรมชาติบริสุทธิ์ เช่นน้ำตกที่มาจากภูเขาสูง หรือผ่านกระบวนการกรองน้ำจากเครื่องกรองน้ำที่มีหินแร่ธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ นอกจากนั้นความเป็นด่างในอาหารที่ดื่มกินกัน ก็ยังพบได้ในอาหารจำพวกพืช ผัก ผลไม้ เช่น ปวยเล้ง, บล็อคโคลี่, พริกหยวก, คื่นฉ่าย น้ำด่าง หรือน้ำอัลคาไลน์สามารถช่วยปรับสมดุลสภาพความเป็นกรด-ด่างในร่างกายให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถต่อต้านโรคภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

น้ำอัลคาไลน์ น้ำดื่มเพื่อสุขภาพ… น้ำดื่มสะอาดเพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกาย
โดยปกติแล้วร่างกายของเรา จะมีความเป็นกรดมากกว่าความเป็นด่าง เนื่องจากการรับประทานอาหารที่มากเกินความพอดี เช่น เนื้อสัตว์ กาแฟ ของหมักดอง แอลกอฮอล์ ฯลฯ รวมถึงความเครียด มลพิษต่างๆ ซึ่งความเป็นกรดนี้ เป็นสาเหตุของโรคแห่งความเสื่อมหลายชนิด
ร่างกายของเรานั้นประกอบด้วยน้ำมากถึง 75% ต้องการน้ำอย่างน้อยวันละ 8 -10 แก้ว เพื่อรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย ให้ทำงานได้อย่างปกติ การเลือกน้ำดื่มสะอาดและปลอดภัย จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และปราศจากโรคภัยต่างๆ
เลือด มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 914% ดังนั้นถ้าในแต่ละวันไม่ดื่ม หรือ ดื่มน้ำไม่เพียงพอ น้ำเลือดก็จะข้นเป็นโคลน หัวใจก็ทำงานหนัก เป็นสาเหตุอันดับแรกของโรคหัวใจวายเลยล่ะค่ะ
การดื่มน้ำที่มีความเป็นด่างเหมาะสมเป็นประจำ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคแห่งความเสื่อมต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรค NCDs

health-benefits-of-drinking-alkaline-water

ประโยชน์ของน้ำด่าง หรือ น้ำอัลคาไลน์ (Alkaline Water)

ประโยชน์ของน้ำด่าง หรือ น้ำอัลคาไลน์ (Alkaline Water)

1. ปรับสมดุลค่า pH ของกรดในร่างกาย (Neutralize Balance) น้ำอัลคาไลน์สามารถเข้าไปปรับสมดุลเป็นกรดในร่างกายที่เกิดจากความเครียด กังวล อาหารจานด่วน น้ำอัดลม กาแฟ เหล้า บุหรี่ มลพิษต่างๆ ผลวิจัยโดย ดร.โรเบิตท์ โอ ยัง ผู้เขียนหนังสือ “The pH Miracle for Weight loss” กล่าวว่า “ร่างกายจะสร้างเซลล์ไขมันเพื่อจะดักจับและสมดุลกรดเกินในร่างกาย” และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เราอ้วนและมีไขมันส่วนเกิน ดังนั้นการดื่มน้ำอัลคาไลน์จะช่วยปรับสมดุลกรดเกินในร่างกาย
นอกจากนั้นยังช่วยให้กระเพาะอาหารผลิตน้ำย่อยที่มีความเป็นกรดสูงแต่ตรงกันข้ามกันร่างกายก็จะผลิต bicarbonates ซึ่งมีความเป็นด่างสูง ซึ่งจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ซึ่งจะเป็นผลดีในการสมดุลกรดในร่างกายเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรดื่มน้ำนี้ทันทีหลังจากที่เพิ่งรับประทานอาหารอิ่มเพราะจะทำให้ลดความเข้มข้นของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะทำให้ลดความเข้มข้นของน้ำย่อยในกระเพาะ

2. น้ำอัลคาไลน์ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชะลอวัย (Anti-Oxidant and Anti-Aging) โดยน้ำอัลคาไลน์จะมีประจุลบสูงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีเยี่ยม ช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ และดีเอ็นเอในร่างกายอย่างดี การเสื่อมของวัย การเกิดโรคของความเสื่อมต่างๆ เช่น โรคกระดูกพรุน ไขข้อ ผิวหนัง เกิดมาจากการถูกทำลายของเซลล์ในร่างกายโดยกรดของเสียจากการเผาผลาญอาหารและสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ดังนั้นการดื่มน้ำอัลคาไลน์จะช่วยสมดุลกรดของเสียในร่างกาย ยังช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคร้ายต่างๆ เหมาะสำหรับผู้ป่วย โรคร้าย และการแก่ก่อนวันอันควรอีกด้วย

3. น้ำอัลคาไลน์มีโมเลกุลขนาดเล็ก ทำให้สามารถละลายแร่ธาตุที่มีประโยชน์ออกจากอาหารได้ดีขึ้น และสามารถซึมเข้าสู่เซลล์ของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังการออกกำลังกายซึ่งจะช่วยเติมน้ำที่ขาดหายไปได้อย่างรวดเร็ว กำจัดความอ่อนเพลียเมื่อยล้า เพราะแร่ธาตุที่มีประโยชน์มากมาย เช่น แคลเซี่ยม แมกนีเซียม และโปตัสเซียม จะซึมเข้าสู่เซลล์ของร่างกายได้รวดเร็ว

NSF_WQA_Water_Purifier

ทำความรู้จักมาตรฐานน้ำดื่ม NSF และ WQA ในเครื่องกรองน้ำและตู้กดน้ำดื่ม

NSF ย่อมาจาก National Science Foundation

WQA ย่อมาจาก Water Quality Association

ทั้งสองเป็นองค์กรหลักเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของน้ำดื่ม นอกเหนือจาก UL (Underwriters Laboratories) และ ANSI (American National Standards Institute) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับ NSF เพื่อพัฒนามาตรฐานน้ำดื่มให้ปลอดภัยสูงสุด

NSF หรือ มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งเมื่อปี 2493 ปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย วัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและงานด้านการศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ มีการกำหนดมาตรฐานการทดสอบร่วมกับสถาบัน ANSI เช่น ANSI/NSF 42 ที่ครอบคลุมมากที่สุด เพื่อลดระดับสารปนเปื้อนในน้ำดื่ม เนื่องจากค่าปนเปื้อนในน้ำมีเพิ่มมากขึ้นจากสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ การกำหนดมาตรฐานจึงต้องปรับปรุงตลอดเวลา NSF ให้การรับรองคุณภาพของน้ำโดยอ้างอิงมาตรฐานของ ANSI เป็นหลัก คณะกรรมการของ NSF ประกอบด้วยตัวแทนจากผู้ผลิต ผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันร่างกฎเกณฑ์และพัฒนาคุณภาพของน้ำ เป็นที่ยอมรับทั่วโลก เนื่องจากเป็นหน่วยงานอิสระที่เป็นกลาง

WQA หรือ สมาคมคุณภาพน้ำดื่ม เป็นหน่วยงานภาคเอกชน ใช้มาตรฐานที่กำหนดโดยผู้ผลิต ครอบคลุมมาตรฐานการทดสอบ การจำหน่ายและบริการ มีสมาชิกเป็นผู้ร่างระเบียบและกฎเกณฑ์ ให้การรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวกับการผลิต การติดตั้ง การขาย เป็นต้น ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้บริโภคและผู้ผลิต ตั้งมาตรฐานโกลด์ซีลให้กับผลิตภัณฑ์ที่สามารถลดปริมาณสิ่งปนเปื้อน ใช้วัสดุที่มีความคงทนและปลอดภัย เป็นมาตรฐานความปลอดภัยกว้างๆ ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนและลงลึก

ความแตกต่างที่เด่นชัด คือ NSF ให้ความสำคัญเกี่ยวกับรายละเอียดและวัตถุดิบของวัสดุของเครื่องกรองน้ำหรือตู้กดน้ำดื่มทุกชนิดที่สัมผัสกับน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่มีสิ่งปนเปื้อนที่เป็นพิษ

ส่วน WQA ไม่มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งปนเปื้อนที่มีผลต่อสุขภาพ เนื่องจากไม่ได้กำหนดค่าสูงสุดของสิ่งปนเปื้อนในน้ำ หรือ Maximum Contamination Level (MCL) ในขณะที่ NSF ได้กำหนดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับค่าสูงสุดของสิ่งปนเปื้อนในน้ำ หรือ Maximum Contamination Level (MCL)

นอกจากนี้ มาตรฐาน WQA S-300 ยังไม่ได้พูดถึงสิ่งปนเปื้อนในน้ำดื่มที่เป็นสารโลหะหนัก สารเคมี และสารก่อมะเร็งที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพ ในขณะที่ NSF กล่าวถึงในมาตรฐาน ANSI/NSF 58 เช่น แบเรียม แคดเมียม เฮกซ่าวาเลนท์โครเมียม ไตรวาเลนท์โครเมียม ทองแดง ฟลูออไรด์ ตะกั่ว ปรอท ไนเตรทผสมไนไทรท์ สิ่งปนเปิ้อนอินทรีย์ 39 ชนิด แร่เรเดียม เซเลเนียม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การรับรองของ NSF สามารถเลือกรับรองเฉพาะมาตรฐานหรือหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งตามต้องการได้ ดังน้ั้น ผู้บริโภคจะต้องเรียนรู้ให้ดีว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำหรือตู้กดน้ำดื่มที่ได้รับการรับรอง NSF นั้นได้รับการรับรองภายใต้หัวข้อใด เพราะมาตรฐานความปลอดภัยของแต่ละหัวข้อไม่เท่ากัน ตัวอย่างมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ครอบคลุมเรื่องสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย คือ ภายใต้หัวข้อ ANSI/NSF 42 หรือ 58 ส่วนในระบบอุตสาหกรรม NSF อาจรับรองเฉพาะจุด ไม่รับรองทั้งระบบก็ได้ ผู้บริโภคควรต้องตรวจสอบให้ดีว่าสถานที่ผลิตเครื่องกรองน้ำหรือตู้กดน้ำดื่มที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยทั้งหมดหรือบางจุดเท่าน้ัน และภายใต้มาตรฐานใด

น้ำดื่มระบบ Reverse Osmosis(RO) เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

การกรองน้ำดื่มระบบ Reverse Osmosis(RO) เป็นระบบกรองน้ำซึ่งจะทำให้น้ำที่ได้มา ค่อนข้างมีความบริสุทธิ์สูง จนแทบจะเรียกว่า ไม่มีสารอะไรตกค้างอยู่เลยนอกจากน้ำเปล่าๆเท่านั้น หรือแทบจะเรียกว่ามีคุณภาพเทียบเท่าน้ำกลั่นทีเดียว ซึ่งคุณภาพนี้ ก็ขึ้นกับว่า แผ่นกรองที่นำมาใช้มีประสิทธิภาพยังไง ถ้าแผ่นกรองที่ใช้มีสภาพดี มีรูพรุนขนาดเล็ก(เชื้อจุลินทรีย์ผ่านไม่ได้) และมีการดูแลอย่างดี ก็จะให้น้ำสะอาดที่สามารถใช้บริโภคได้

ส่วนกระบวนการผลิตน้ำวิธีอื่นๆ เช่น ต้มและกรองแบบปกติ (พวกน้ำขวดที่วางขายทั่วๆไป) จะทำให้หลงเหลือสารบางอย่างที่พบได้ในน้ำทั่วๆไป เช่น Zn Ca Cl ฯลฯ ซึ่งสารที่ตกค้างเหล่านี้ ต้องมีไม่เกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้(ถ้ามากกว่านี้ จะจัดเป็นน้ำแร่) และจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคด้วย เช่น ไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำนั้นๆ น้ำ RO จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารน้อยกว่าน้ำปกติหรือไม่ อย่างที่บอกไปแล้วว่า น้ำแบบปกติ จะมีสารอื่นๆเจือปนอยู่ ซึ่งหลายๆตัวนั้น ก็เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เช่น Zn Ca หรือ Fล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย การกินน้ำ RO ย่อมทำให้ร่างกายได้รับสารเหล่านี้น้อยลงครับ

แต่… ปริมาณสารเหล่านี้ในน้ำนั้น มีน้อยมากครับ (ถึงจะเป็นน้ำแร่ก็ตาม) ร่างกายของเรา ได้รับสารอาหารจากอาหารที่เรากินเข้าไปเป็นหลัก ไม่ได้รับสารอาหารจากน้ำเป็นหลักครับ ดังนั้น ถึงแม้จะกินน้ำ RO ไปนานๆ ก็ไม่มีผลต่อภาวะขาดสารอาหารแต่อย่างใด

ดื่มน้ำ RO แล้วจะทำให้ฟันผุจริงหรือ ? น้ำ RO ค่อนข้างบริสุทธิ์มาก สามารถไปกัดกร่อนบริเวณเคลือบฟันของเราได้ และอาจจะไปละลายผิวเคลือบฟัน ทำให้ฟันไม่แข็งแรงหรือฟันผุได้ง่าย แต่เหตุการณ์นี้ จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อคุณได้สัมผัสกับน้ำนี้ เป็นเวลานานๆ เช่น อมน้ำไว้ในปากทั้งวัน หรือเอาฟันไปจุ่มไว้ในน้ำ RO ตลอดเวลา การกินน้ำแบบปกติ น้ำจะมีเวลาสัมผัสกับฟันน้อยมาก แล้วก็จะไหลลงสู่คอและทางเดินอาหารต่อไป น้ำที่อาจเหลืออยู่ในปาก ก็จะถูกเจือจางด้วยน้ำลายของเรา และส่วนใหญ่ก็จะไหลลงไปสู่ทางเดินอาหารเช่นกัน จึงไม่มีผลที่จะทำให้เกิดฟันผุได้ครับ

สรุปแล้ว การกินน้ำ RO ไม่ทำให้สุขภาพเราย่ำแย่ไปกว่าการกินน้ำปกติแต่อย่างใดครับ (นอกจากว่าแผ่นกรองจะไม่ดี) และการใช้น้ำ ROนี้ ก็มีมานานแล้วด้วย ที่เห็นกันมากๆ คือ การใช้เป็นน้ำกินในการเดินเรือ เขาก็จะใช้น้ำทะเล มาผ่าน RO ทำเป็นน้ำกินได้ตลอดเวลาครับ

ส่วนที่มีคนออกมาสร้างข่าวนี้ ส่วนหนึ่ง ผมเชื่อว่า เป็นการกลั่นแกล้งทางการตลาดด้วย (discredit) เพราะหากเราไปเทียบราคาของน้ำแล้ว น้ำ RO จะมีการขายที่ประมาณลิตรละ 1 บาท (แบบกดตามตู้ทั่วๆไป) ในขณะที่น้ำแบบขวด อาจจะลิตรละ 5-10 บาท ซึ่งมีความแตกต่างกันถึง 5-10 เท่า หากคนหันไปใช้น้ำ RO เยอะมากขึ้น ใครที่เสียผลประโยชน์ คงทนไม่ไหว เนื่องด้วยกลไกตลาดแบบนี้ จึงต้องสร้างเรื่องมาทำลายคู่ต่อสู้ ผู้บริโภค ควรไตร่ตรองในการเชื่อด้วยครับ

ที่มา www.bloggang.com/viewblog.php?id=marquez&date=23-03-2005&group=4&gblog=1

การดื่มน้ำเพื่อรักษาโรค

การดื่มน้ำเพื่อรักษาโรค

การดื่มน้ำเมื่อท้องว่าง การดื่มน้ำ เมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะอาหารเพื่อรักษา สุขภาพ ที่ดีนั้น ทุกวันนี้เป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่น โดยชาวญี่ปุ่นนิยม ดื่มน้ำ ทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า(ก่อนแปรงฟัน) เพื่อการรักษาสุขภาพ ที่ดี

มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์พบว่า น้ำ สามารถใช้ชะลอความแก่ และสามารถ บำบัดรักษาโรค เหล่านี้ได้ผล 100% (แบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ระยะเวลา) เช่น อาการปวดหัว ปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจเต้นเร็ว โรคลมบ้าหมู โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคแสลงคลื่นไส้ต่าง ๆโรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรคริดสีดวงทวาร โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตาโรคภายในสตรี โรคมะเร็ง อาการรอบเดือนไม่ปกติ โรคคอ หู จมูก

วิธีการปฏิบัติ

1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ ดื่มน้ำ 4 แก้ว ( 640 ซีซี )
2. หลังจากนั้นสามารถและล้างหน้าอาบน้ำได้ แต่ต้องไม่ดื่มหรือรับประทานอะไรจนกว่า 45 นาทีผ่านไป จึงจะรับประทานได้ตามปกติ
3. หลังรับประทาน อาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว 15 นาทีไม่ควร ดื่มน้ำ หรือรับประทานอะไร จนกว่า 2 ชั่วโมงผ่านไป
4. ผู้ป่วย หรือคนชรา ที่ไม่สามารถ ดื่มน้ำ 4 แก้ว ก็ให้ค่อย ๆ ดื่มค่อยเป็นค่อยไปเรื่อย ๆ จนได้ครบ 4 แก้ว

ข้อปฏิบัติ 4 ข้อดังกล่าวจะทำให้ท่านบำบัดรักษาโรคที่เป็นอยู่อย่าค่อยเป็นค่อยไป และหายขาดได้ในที่สุดทำให้ คุณภาพชีวิต ดีขึ้น และไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งสิ้นเพียงแต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้น และหลัง ดื่มน้ำ ไปแล้วประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง

น้ำดื่ม RO กับค่ากรดด่าง pH

ความปลอดภัยของน้ำดื่ม RO กับค่ากรดด่าง pH

โดยปกติน้ำบริสุทธิ์จะมีความเป็นกลางหรือมีค่า pH= 7 (ที่อุณหภูมิ 25 °C) เมื่อน้ำมีสารอื่นเจือปนจะทำให้ค่าความเป็นกรดด่างของน้ำ(pH) เปลี่ยนไป ในธรรมชาติสารที่มีผลทำให้ค่า pH ของน้ำเปลี่ยนแปลง คือสารกลุ่มคาร์บอเนต ไบคาร์บอเนต และคาร์บอนไดออกไซด์ ในน้ำที่มีค่าความเป็นกรดด่างต่างๆ จะมีสัดส่วนของสารทั้ง 3 ชนิดนี้แตกต่างกัน และเมื่อในน้ำมีสารประกอบในกลุ่มคาร์บอเนต และไบคาร์บอเนตสูง น้ำนั้นจะมีค่า pH สูง แสดงว่ามีความเป็นด่าง แต่ถ้าสัดส่วนของคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำมีสัดส่วนสูง จะทำให้ pH ของน้ำมีค่าต่ำหรือมีความเป็นกรดสูงขึ้น เนื่องมาจากคาร์บอนไดออกไซด์ทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็นกรดคาร์บอนิก เมื่อน้ำผ่านระบบรีเวอสออสโมซีส เมมเบรนจะสามารถกักกั้นอนุมูลคาร์บอเนต และไบคาร์บอเนตไว้เกือบทั้งหมด ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์สามารถซึมแพร่ผ่านเมมเบรนได้ทั้งหมด จึงทำให้น้ำที่ผ่านการกรอง (permeate) มีสัดส่วนของคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าปกติ จึงทำให้ pH ของน้ำที่ผ่านการกรองลดลง หรือมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้น เนื่องจากสัดส่วนของคาร์บอนไดออกไซด์ต่อคาร์บอเนตสูงขึ้น

ส่วนน้ำทิ้งที่ถูกเมมเบรนกักกั้นจะมีสัดส่วนของคาร์บอเนตและไบคาร์บอเนตสูง จะทำให้น้ำในส่วนนี้มีค่า pH สูงขึ้น ดังนั้นน้ำที่ผ่านการกรองในระบบรีเวอสออสโมซีสบางครั้งอาจจะมีค่า pH ต่ำกว่า 5.8 ซึ่งมีฤทธ์เป็นกรดอ่อนอันเนื่องมาจากกรดคาร์บอนิคที่เกิดจากก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ถ้าเรานำน้ำที่กรองจากระบบ RO มาดื่มโดยตรงก็จะทำให้รู้สึกแสบลิ้นเล็กน้อยคล้ายกับการดื่มน้ำโซดา ถ้าต้องการเพิ่มค่า pH ของน้ำที่กรองโดยระบบรีเวอสออสโมซีส อาจทำได้โดยการสเปรย์ (spray) น้ำให้ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่ละลายอยู่ในน้ำ แยกตัวไปกับอากาศ (Air Stripping) หรือ ให้น้ำที่ผ่านระบบรีเวอสออสโมซีสผ่านไส้กรองถ่านกัมมันต์ ถ่านกัมมันต์จะทำหน้าที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ จะทำให้ค่าpH สูงขึ้นได้(มีตวามเป็นกลางมากขึ้น) ซึ่งไส้กรองถ่านกัมมันต์มักจะติดตั้งมาในระบบเครื่องกรอง RO ที่ใช้ตามบ้านเรือน มักจะมีไส้กรองคาร์บอนกรองน้ำหลังผ่านเมมเบรน เรียกว่า โพสต์คาร์บอน (post carbon) ติดตั้งมาด้วยถึงอย่างไรก็ตามค่า pH ของน้ำหลังผ่านระบบรีเวอสออสโมซีสต่ำกว่าปกติ มิใช่เกิดจากการมีกรดอนินทรีย์เจือปน แต่เกิดจากการที่น้ำนี้มีปริมาณสัดส่วนของคาร์บอนไดออกไซด์สูง จึงเกิดเป็นกรดคาร์บอนิค ดังนั้นถ้าจะดื่มน้ำนี้น่าจะไม่เป็นอันตราย เพราะมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับน้ำโซดาที่เราดื่มกัน ดังนั้นเราคงสบายกันได้แล้วนะครับ

ที่มา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) www.tistr.or.th